• Manushya Foundation

ด่วน! “อังคณา นีละไพจิตร” ถูกศาลอาญารัชดามีคำสั่งไม่คุ้มครองการเป็นพยานในคดีอุ้มหายทนายสมชาย




ด่วน! “อังคณา นีละไพจิตร” ถูกศาลอาญารัชดามีคำสั่งไม่คุ้มครองการเป็นพยานใน “คดีอุ้มหายทนายสมชาย” ตามที่ดีเอสไอยุติการคุ้มครองไปเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2565 อ้างเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย


นางอังคณา นีละไพจิตร นักปกป้องสิทธิมนุษยชนสตรีและอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ยื่นอุทธรณ์คำร้องต่อศาลยุติธรรมเพื่อขอให้ดีเอสไอพิจารณาคุ้มครองตนในฐานะพยานคดีอุ้มหายทนายสมชาย นีละไพจิตร หลังดีเอสไอมีมติให้ยุติการคุ้มครองพยานอังคณาไปเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าได้งดการสอบสวนคดีของทนายสมชายนั้น เนื่องจากไม่ปรากฏตัวผู้กระทำผิดและได้ใช้เวลาในการสอบสวนมาเป็นเวลานาน โดยทนายของอังคณาได้เข้ารับฟังคำสั่ง ณ ศาลอาญารัชดาเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม


ศาลได้พิพากษาว่ากรณีดีเอสไอมีคำสั่งไม่คุ้มครองพยานนางอังคณาต่อนั้นชอบด้วยกฎหมาย โดยศาลได้ระบุในคำวินิจฉัยว่าประเด็นเรื่องของคดีที่จนถึงปัจจุบันยังไม่พบผู้กระทำความผิด อีกทั้งคดีได้ถูกยุติการสอบสวนไว้ก่อนแล้ว และประเด็นเรื่องภัยคุกคามต่อตัวคุณอังคณา ที่ถูกคนร้ายบุกปากรรไกรใส่หน้าบ้าน หลังสิ้นสุดการคุ้มครองพยานของดีเอสไอเพียง 10 กว่าวัน ศาลระบุว่าการให้การดูแลความปลอดภัยมาเป็นเวลา 11 ปี นับตั้งแต่ก่อนที่คุณอังคณาได้เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชน ก็ไม่พบภัยคุกคามในรูปแบบอื่น และด้วยภัยคุกคามนั้นไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเหตุที่ทนายสมชายถูกอุ้มหายไป ศาลจึงมีคำวินิจฉัยว่าคำสั่งของดีเอสไอที่ไม่คุ้มครองพยานคุณอังคณาต่อนั้นชอบด้วยกฎหมาย


คุณอังคณาได้แสดงความกังวลใจต่อคำตัดสินของศาลว่า "คำตัดสินของศาลศาลอาญารัชดาในการไม่ให้การคุ้มครองข้าพเจ้าในฐานะพยานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 ต่อนั้นอาจส่งผลกระทบต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนสตรีท่านอื่น ๆ ที่กำลังต่อสู้อยู่ในตอนนี้ และอาจทำให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนสตรีเข้าถึงการได้รับความคุ้มครองในการเป็นพยานในคดีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเช่นนี้ยากขึ้นอีกด้วย"


มูลนิธิมานุษยะ ขอประณามการคุกคามต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในทุกรูปแบบ เราขอเรียกร้องต่อหน่วยงานผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้เคารพต่อการปกป้องและคุ้มครองพยานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 และประกันสิทธิและทำให้แน่ใจได้ว่านักปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะนักปกป้องสิทธิมนุษยชนสตรีจะสามารถดำเนินการทำงานของพวกเขาได้โดยปลอดภัยและได้รับการคุ้มครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับการคุ้มครองในฐานะพยานในคดีอาญาและในคดีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน เราขอร่วมยืนหยัดเคียงข้างการต่อสู้ของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนผู้ได้รับผลกระทบทุกท่าน เราขอยืนหยัดที่จะไม่หยุดพูดความจริงอันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีสิทธิและเสียงของผู้ใดถูกพรากไปได้อีก เพราะสิทธิมนุษยชนของทุกคนต้องได้รับการเคารพคุ้มครอง