• Manushya Foundation

ความรุนแรงในครอบครัวคืออาชญากรรม คดีฆ่าแม่ตัวเองที่บางพรม ประเทศไทย



เขาด่า เขาตีแม่ทุกวัน แต่ตำรวจกลับไม่เคยสนใจแยแส ตำรวจไม่เคยใส่ใจจนต้องมีคนตาย


ความรุนแรงในครอบครัวคืออาชญากรรม! และเราต้องการความช่วยเหลือจากทุกคนเพื่อหยุดเรื่องนี้!


หนี่งในข่าวที่เป็นกระแสมากที่สุดในประเทศช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาคงหนีไม่พ้นข่าว #ฆ่าแม่บางพรม54 ข่าวชายก่อเหตุฆ่าแม่ตัวเองก่อนจะถูกตำรวจวิสามัญในเวลาต่อมา แต่ที่น่าช็อกที่สุดคือ เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่ผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมรุนแรงและทำร้ายแม่แท้ๆของตัวเองมาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว โดยที่ตำรวจไม่เคยสนใจจะดำเนินคดี ไม่เคยแม้แต่จะมาจับกุมตัวชายคนนี้ ทั้งๆที่คนแถวนั้นแจ้งความไปนับสิบครั้ง

“แค่คำว่ามันตีแม่มันทุกวัน ก็น่าจะจับไปได้แล้วพี่” คือประโยคสั้นๆแต่จี้ใจจากปากของเพื่อนบ้านและญาติ

เจ้าหน้าที่ตำรวจล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการทำงาน ในสายตาของตำรวจ เหตุการณ์แบบนี้ก็เป็นแค่ปัญหาครอบครัว ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคนภายนอก ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดอย่างร้ายแรง ความรุนแรงในครอบครัวถือเป็นอาชญากรรมตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นกฎหมายที่บังคับใช้มานานกว่า 14 ปีแล้ว แต่เหตุการณ์เช่นนี้กลับยังเกิดซ้ำๆซากๆ

พ่อตีแม่ แม่ตีพ่อ พ่อตีลูก แม่ตีลูก ลูกตีพ่อ ลูกตีแม่

นี่คือเหตุการณ์รุนแรงซ้ำซาก บางครั้งก็ไม่มีใครไปแจ้งตำรวจ หรือบางครั้งก็กลับเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียเองที่ไม่ใส่ใจจะช่วย ไม่แยแสจะดำเนินคดีกับคนผิด

เหตุการณ์จากข่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพของตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจล้มเหลวในทุกทาง เจ้าหน้าที่ไม่สามารถปกป้องประชาชนจากความรุนแรงในครอบครัวได้ แถมยังกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมไปเสียอีก

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะว่าความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทย เพราะสังคมยังมองว่าความรุนแรงในครอบครัวเป็นแค่ปัญหาในบ้าน เป็นแค่เรื่องส่วนตัวที่คนในบ้านแก้ไขกันเองได้ สังคมไทยไม่ได้มองเลยว่านี่คือปัญหาสังคมร้ายแรงและเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ตำรวจเองก็คิดแบบนี้เช่นกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดความไม่แยแส ไม่ไยดี มองคดีแบบนี้ว่าน่ารำคาญ ยังไงก็ตีกันทุกวัน อย่างมากก็กลายมาเป็นคดีรกโรง รกศาล

นี่คือวงจรอุบาทว์ของความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

แต่ความรุนแรงในครอบครัวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย นี่คืออาชญากรรม! และหน้าที่ของตำรวจคือการปราบปรามอาชญากรรมและปกป้องประชาชน แต่เมื่อดูจากเหตุการณ์หลายต่อหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ก็ชวนให้อดคิดไม่ได้ว่า หรือคำว่าหน้าที่ของตำรวจในการผดุงความยุติธรรมให้ประชาชนทุกคนจะเป็นแค่คำพูดสวยหรูกลวงๆที่ไม่เคยเป็นจริง

จะต้องให้มีคนถูกทำร้ายอีกกี่คน จะต้องให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกกี่ครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจถึงจะทำงานตามหน้าที่? พอได้แล้ว!

มูลนิธิมานุษยะร่วมกับ Shero Thailand ได้ร่วมมือกันเพื่อหยุดวงจรอุบาทว์ของความรุนแรงในครอบครัวในประเทศไทย เราจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้จบไปเงียบๆตามกระแสที่ซาลงไป เราจะไม่หยุดติดตามและผลักดันจนกว่าทางตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองประชาชนจากการใช้ความรุนแรงในครอบครัวทุกรูปแบบ

และเราต้องการพลังเสียงจากทุกคนในการลุกขึ้นพูดเพื่อชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเพิกเฉยของตำรวจต่อคดีความรุนแรงในครอบครัว เราอยากขอให้ทุกคนมาร่วมกับเราเพื่อส่งเสียงของเราให้ดังขึ้น ให้สังคมได้รับรู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไรและเราจะช่วยกันแก้ไขได้อย่างไร

ทุกคนจะมีส่วนร่วมและช่วยได้ยังไงบ้าง อ่านเลย

  1. ไลค์ แชร์และคอมเมนต์วิดีโอของเราเพื่อเผยแพร่ข้อมูลและสร้างความตระหนักในปัญหา ดูวิดีโอเต็มได้ทางช่อง Youtube ของเรา: https://youtu.be/0_hwjBs1sbc

  2. ติดตามอัพเดทจากเราได้ทางโซเชียลมีเดียของเราและช่วยกันใช้และติดตามแฮชแท็ก #DomesticViolenceIsACrime #ความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

มาช่วยกันสร้างระบบที่ทำให้ผู้รอดจากการถูกระทำความรุนแรงในครอบครัวสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างทั่วถึง

มาช่วยกันสร้างกระบวนการยุติธรรมและสังคมที่ให้ความสำคัญและปกป้องผู้รอดจากการถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวไปกับพวกเรา!

4 views0 comments

TWITTER & INSTAGRAM

©2020 by Manushya Foundation.

Founded in 2017, Manushya Foundation serves as a bridge to engage, mobilise, and empower agents of change by: connecting humans through inclusive coalition building and; by developing strategies focused at placing local communities’ voices in the centre of human rights advocacy and domestic implementation of international human rights obligations and standards.

 

Manushya Foundation strengthens the solidarity and capacity of communities and grassroots to ensure they can constructively raise their own concerns and provide solutions in order to improve their livelihoods and the human rights situation on the ground.