• Manushya Foundation

ร่วมช่วยกัน #SAVEชาวบ้านซับหวาย



#Saveชาวบ้านซับหวาย: อย่าลืมพวกเขา ทุกคนช่วยได้! ชาวบ้านซับหวายทั้ง 14 คน รวมถึงพี่กบ นิตยา #Saveนิตยา ต้องติดคุกเมื่อปีก่อนเพราะการบังคับใช้ #นโยบายทวงคืนผืนป่า ที่ไม่เป็นธรรมกับชาวบ้าน! ระหว่างนี้ทุกคนได้รับการประกันตัว แต่หลังจากวันที่ 3 มีนาคมนี้ ทุกคนอาจจะต้องติดคุกอีก! ช่วยกันอ่านและแชร์โพสนี้เพื่อช่วยทุกคน!


ชาวบ้าน 14 คนจากหมู่บ้านซับหวาย จังหวัดชัยภูมิถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าในอุทยานแห่งชาติไทรทองและต้องคืนพื้นที่ให้กับทางภาครัฐตามนโยบายทวงคืนผืนป่าของ #คสช แต่ชาวบ้านทุกคนอยู่ในพื้นที่นี้มาเป็นสิบๆปีตั้งแต่ก่อนจะมีนโยบายนี้เสียด้วยซ้ำ


ที่สำคัญกว่านั้น นโยบายนี้มีจุดประสงค์เพื่อทวงผืนป่าคืนจากกลุ่มนายทุนและธุรกิจขนาดใหญ่ที่บุกรุกพื้นที่ป่านับร้อยไร่และทำธุรกิจแสวงหาผลกำไรจากการทำลายธรรมชาติ แต่สุดท้าย คนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้มากที่สุดกลับกลายเป็นชาวบ้านยากจนที่ต้องถูกดำเนินคดีและถูกจับติดคุก ทั้งๆที่พวกเขาใช้ที่ดินไม่กี่ผืนเพื่อทำมาหากินเท่านั้นเอง ยิ่งกว่านั้น ในคดีของชาวบ้านซับหวาย พวกเขาถูกหลอกและข่มขู่ให้เซ็นเอกสารบังคับให้คืนที่ดินให้กับเจ้าหน้าที่


ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือ นโยบายทวงคืนผืนป่านี้เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลไทยในยุคคสช.ไปเข้าร่วมโครงการ REDD+ โดยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนหุ้นส่วนคาร์บอนป่าไม้ (FCPF) ซึ่งธนาคารโลกเป็นผู้จัดการให้ทุน โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดอ็อกไซด์และลดสภาวะโลกร้อน ซึ่งไทยได้รับเงินทุนสนับสนุนกว่า 3.6 ล้านดอลลาร์ (100 ล้านบาท) ในการดำเนินนโยบาย


ทำไมทางรัฐบาลถึงเห็นแก่เงินมากกว่าประชาชน? ทำไมรัฐถึงกล้ามาดำเนินคดีกับประชาชนที่ยากจน รวมไปถึงกลุ่มชนเผ่าพื้นเมือง โดยอ้างว่าทำไปเพื่อปกป้องผืนป่า ลดโลกร้อน?


หลายคนคงจะทราบแล้วว่าการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีของพี่กบ นิตยาจะมีขึ้นในวันที่ 3 มีนาคมนี้ และไม่ว่าผลคดีของพี่กบจะเป็นอย่างไร คดีของคนที่เหลือก็จะเป็นแบบเดียวกัน ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ


นี่คือโค้งสุดท้ายก่อนวันอ่านคำพิพากษาแล้ว เรายังช่วยพี่กบกับชาวบ้านซับหวายได้ อย่าปล่อยให้ทุกคนต้องเผชิญความไม่เป็นธรรมอีกเป็นครั้งที่สอง!


ช่วยกันแชร์เรื่องของพี่กบและชาวบ้านซับหวายให้สังคมได้รับรู้ถึงความไม่เป็นธรรมที่ทุกคนต้องเผชิญ! ช่วยกันติดตามและจับตามองผลคำพิพากษาในวันที่ 3 มีนานี้ ช่วยกันส่งเสียงให้ดังที่สุดให้สังคมได้รับรู้ว่ากำลังมีอะไรเกิดขึ้น ให้ศาลได้รู้ว่าเราทุกคนกำลังจับตามองอยู่และหวังว่าจะได้เห็นผลการตัดสินที่เป็นธรรมกับประชาชน



ตรวจสอบวิดีโอด้านล่าง


เรียนรู้เพิ่มเติม: https://www.manushyafoundation.org/sai-thong-np-case

48 views0 comments

TWITTER & INSTAGRAM

©2020 by Manushya Foundation.

Founded in 2017, Manushya Foundation serves as a bridge to engage, mobilise, and empower agents of change by: connecting humans through inclusive coalition building and; by developing strategies focused at placing local communities’ voices in the centre of human rights advocacy and domestic implementation of international human rights obligations and standards.

 

Manushya Foundation strengthens the solidarity and capacity of communities and grassroots to ensure they can constructively raise their own concerns and provide solutions in order to improve their livelihoods and the human rights situation on the ground.